-
ข้อมูลทั่วไป
-
แพ็คเก็จทัวร์
|
|
เมืองปอมเปอี
|
มรดกโลก
เมืองปอมเปอี (Pompeii) ก่อตั้งขึ้นเมื่อประมาณ
550 ปีก่อนคริสต์ศักราช
แต่ยังเป็นเพียงเมืองของชนเผ่าเร่ร่อน จนกระทั่ง
80 ปีก่อนคริสต์ศักราช
ปอมเปอีจึงได้เป็นเมืองของอาณาจักรโรมัน
และชาวปอมเปอีจึงได้รับการยอมรับเป็นพลเมืองโรมัน
หลังจากนั้นไม่นาน
ชาวโรมันที่มั่งคั่งพากันสร้างบ้านพักตากอากาศตามชายฝั่งทะเลของปอมเปอี
และบริเวณลาดเขาของภูเขาไฟวิสุเวียส
และผู้คนเหล่านี้ได้ลงทุนทำอุตสาหกรรมผลิดสิ่งหรูหราฟุ่มเฟือยขึ้นในเมือง
นี้
และไม่นานปอมเปอีก็กลายเป็นศูนย์กลางการค้าอันมั่งคั่ง
เต็มไปด้วยผูคนที่มีความสามารถสูง
ภายในเมืองมีทั้งสถาปัตยกรรมต่างๆที่ไม่เหมือนใครอยู่มากมาย
แต่ที่เด่นๆก็คือ
หลังคาเหนือห้องโถงจะมีช่องโหว่ใหญ่ด้านกว้าง
และหลังคาเอียงลาดลงไปทางรูโหว่นั้น เมื่อฝนตก
น้ำฝนจะไหลลงไปตามหลังคา ลงไปตามรูโหว่
และไหลลงสู่อ่างกระเบื้องที่อยู่ใต้รูโหว่
และไหลสู่ถังเก็บน้ำ และนอกจากนี้
ยังสะพานส่งน้ำและน้ำพุสาธารณะ ซึ่งน้ำสะอาดมาก
แต่ชาวปอมเปอีจะสะดวกสะบายมากต่อเมื่อมีฐานะดี
แต่ครอบครัวที่ยากจนลงมาจะต้องเริ่มทำงานหาเลี้ยงตนตั้งแต่อายุยังน้อย
แต่ผู้ที่ร่ำรวยส่วนมากก็เป็นทาสที่เป็นอิสระแล้ว
ซึ่งคนรวยประเภทนี้ไม่มีอำนาจทางการเมือง
คนที่จะมีอำนาจทางการเมืองได้นั้นจะต้องไม่เคยเป็นทา
อุตสาหกรรมหลักของเมืองปอมเปอี คือ
ผลิตเหล้าองุ่นและผ้าขนสัตว์
ใน อดีต ปอมเปอี (POMPEII)
เป็นเมืองชายทะเลอันงดงาม
ที่อยู่ริมอ่าวเนเปิลส์ทางตอนกลางของอิตาลี
แต่แล้วในปี ค.ศ.79 ภูเขาไฟวีซูเวียส (VESUVIUS)
ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมือง
ได้ระเบิดพ่นลาวาอันร้อนแรง รวมทั้งไอก๊าซพิษ
และขี้เถ้าลงมาถล่มท่วมทับปอมเปอี
ฝังร่างชาวเมืองนับพันคนไว้ทั้งเป็น
เป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่มาเยือนโดยไม่รู้ตัว
สาเหตุการระเบิดมหากาฬของวีซูเวียส
เกิดจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก
โดยเปลือกโลกแอฟริกาทางตอนใต้
ได้เคลื่อนขึ้นมาทางเหนือและชนกับเปลือกโลกยูเรเชียน
(ยุโรปกับเอเชีย) เมื่อแผ่นหินบดอัดกัน
บางส่วนก็จมลงสู่เบื้องล่าง
ลึกลงไป...ลึกลงไปสู่ใจกลางโลกที่ยังร้อนจัด
จนกระทั่งหลอม
ละลาย กลายเป็นลาวาที่เบากว่า
แล้วก็พุ่งขึ้นมายังปากปล่อง
ก่อความพินาศไปทุกสารทิศ
ปอมเปอีที่รุ่งเรืองมายาวนานกว่า 800 ปี
ต้องจมหายไปภายใต้ขี้เถ้าที่ตกลงมาทับถมสูงถึง 10
เมตร ภายในชั่วเวลา 2 วัน
รายละเอียดของการระเบิดและความพินาศครั้งนี้
ได้มีผู้ที่เห็นเหตุการณ์คือ ไพลนีน้อย (PLINY THE
YOUNGER)
เขาได้บันทึกไว้และเชื่อว่าผู้อ่านหลายท่านคงได้เคยผ่านตาแล้ว
จึงขอข้ามไปถึงเรื่องราวการขุดค้นเมืองนี้ในกาลต่อมา
ซึ่งได้พบกับสิ่งที่น่ารู้น่าสนใจหลายประการ
ยิ่งกว่าการขุดค้นเมืองโบราณใดๆ ของโลก ทั้ง นี้
เพราะเมืองโบราณทั่วไปนั้น
ผู้คนได้ทิ้งเมืองและนำข้าวของมีค่าต่างๆ
อพยพติดตัวไปด้วย
ไม่เหลือร่องรอยของความเป็นอยู่ให้ได้ศึกษาเท่าใดนัก
แต่ สำหรับปอมเปอีแล้ว ภัยนี้จู่โจมมาถึงตัวทันที
ไม่มีเวลาเก็บสมบัติทัน
แม้แต่ตัวเองก็ยังเสียชีวิตในลักษณะอาการที่คงค้างอยู่ในขณะนั้น
ทำให้นักโบราณคดีมีโอกาสศึกษาการดำรงชีพของชาวเมืองปอมเปอีได้อย่างสมบูรณ์
ความจริงแล้ว การขุดค้นปอมเปอีมีขึ้นหลัง
จากเมืองถูกภูเขาไฟถล่มไม่กี่วัน
โดยพลเมืองปอมเปอีเอง
นั่นคือผู้ที่หนีเอาชีพรอดไปได้
ได้หวนกลับคืนมาเพื่อสำรวจ
ตรวจดูทรัพย์สมบัติของตน
แต่อะไรจะเหลือให้เห็นเล่า ไม่ว่า ถนน วัดวาอาราม
โรงละคร ตลอดจนที่อยู่ อาศัยทั้งหมด
ล้วนจมอยู่ใต้ขี้เถ้าหนา 10 เมตรดังกล่าว
บางคนพยายามขุดอุโมงค์ทะลุขี้เถ้า
ที่ทับถมเพื่อเข้าไปสู่บ้านของตน
เพราะอีตอนรีบหนีอย่างฉุกละหุกนั้น
ได้ทิ้งข้าวของมีค่าไว้มากมาย
แต่ความยากลำบากในการขุดค้นทำให้พวกเขาต้องท้อถอยยอมแพ้
หากทว่าด้วยความไม่อยากอพยพไปอยู่ที่อื่น
พวก
เขาจึงใช้แผ่นดินที่อุดมด้วยปุ๋ยขี้เถ้านั้นทำฟาร์มขนาดใหญ่โต
หรือทำไร่องุ่นเสียเลย พอหลายชั่วอายุคนผ่านไป
คราวนี้ทุกคนจึงลืมสนิทจริงๆ
ว่าพื้นดินเบื้องล่างนั้นเดิมเคยเป็นเมืองอันรุ่งเรืองมาก่อน
กาล เวลาล่วงเลยมากว่า 1,600 ปี คือใน ค.ศ. 1754
ชาวไร่คนหนึ่งได้ขุดหลุมในที่ดินของตน
แล้วพบรูปสลักหินอ่อนหลายชิ้น การค้นพบนี้ทำให้
ชาร์ลส์ที่ 3 กษัตริย์แห่งเนเปิลส์สนพระทัย
เพราะพระองค์โปรดการตกแต่งวังด้วยรูปประติมากรรมสไตล์โรมัน
จึงมีบัญชาให้ขุดหาต่อไปในแถบบริเวณวีซูเวียส
และ ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น
นักโบราณคดีบางคนก็ได้เดินทางมาศึกษาค้นคว้าในปอมเปอี
แรกนั้น พวกเขาคิดว่าสิ่งที่ค้นพบ
เป็นเพียงซากอาคารโบราณธรรมดา แต่แล้วใน ค.ศ. 1763
ก็ได้พบจารึกแผ่นหนึ่ง
ซึ่งระบุว่าอาคารที่ฝังจมอยู่นั้น
ที่แท้เป็นส่วนหนึ่งของปอมเปอี
นครที่หายสาบสูญไปช้านาน
จากนั้นจึงได้มีการขุดค้นกันขนานใหญ่
ตลอดมาจนถึงเดี๋ยวนี้ |
| |
|
|
ทัวร์ยอดนิยม
 |
|