|
ไซตะมะ
(Saitama)
จังหวัดไซตะมะ
(「埼玉県」, Saitama-ken, 埼玉県?)
ตั้งอยู่บริเวณภาคคันโตของญี่ปุ่นมีเมืองหลวงชื่อเดียวกันคือคือ
ไซตะมะ
จังหวัดไซตะมะเป็นจังหวัดที่มีความเจริญมากเพราะอยู่ใกล้ๆกับกรุงโตเกียวซึ่งเขต
จิจิบุ (Chichibu) ในจังหวัดนี้นั้นจะมีเทือกเขา
ทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงาม
จึงเป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมา
ส่วนสถานที่น่าสนใจอีกที่หนึ่งก็คือ หมู่บ้านบอนไซ โอมิยะ
ประวัติศาสตร์
ในสมัยโบราณ
เริ่มมีผู้คนเข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองไซตามะตั้งแต่ประมาณเมื่อ30,000
ปีก่อน โดยจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เมืองโตโกโระซาวะ
หรือเมืองคาวาโมโตะ
ทำให้ทราบว่าผู้คนในสมัยโบราณนั้นหาอาหารจากการล่าสัตว์และจับปลา
หลังจากนั้นก็พบเครื่องใช้ในการหุงหาและเก็บรักษาอาหารในสมัยโจมงที่มีอายุเก่าแก่
10,000 ปีก่อนหน้านี้ในภายหลัง
ทำให้ทราบถึงพฤติกรรมการบริโภคอาหารของคนในสมัยโบราณอย่างแน่ชัด
เมื่อประมาณ 2,000 ปีก่อน
ก็ได้มีการนำการปลูกข้าวขึ้นมาเผยแพร่จากฝั่งตะวันตกของประเทศ
พร้อมทั้งยังมีการนำวัฒนธรรมการใช้วัสดุทองเหลืองต่าง ๆ
ขึ้นมาเผยแพร่พร้อมกันอีกด้วย
นอกจากนี้ยังมีการสร้างเครื่องใช้ไม้สอยในสมัยยาโยยขึ้นในช่วงนี้ด้วย
และเมื่อประมาณ 1,600 ปีก่อน
ก็ได้เริ่มมีการสร้างหลุมศพแบบสมัยโบราณขึ้นมา
ซึ่งมีหลุมศพขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นมา 9 แห่ง และ 1
ในนั้นก็มีความสำคัญต่อการศึกษาวัฒนธรรมในสมัยนั้นอย่างมาก
หลุมศพสมัยโบราณที่ถูกสร้างขึ้นในเมืองไซตามะ
เมื่อถึงสมัยนารา ได้มีการร่างกฎหมาย และมีการทำสำมะโนประชากรขึ้น
มีการมอบพื้นที่ในการทำกสิกรรมให้กับพลเรือนและมีการเก็บภาษีจากพลเมืองอีกด้วย
ในสมัยเฮอันที่พวกราชวงศ์และขุนนางอาศัยกันอยู่อย่างหรูหราในเมืองหลวง
พื้นที่ห่างไกลอย่างไซตามะก็มีพวกนักรบขึ้นมาครองอำนาจครอบครองและมีบทบาทอย่างมาก
สมัยคามาคุระนั้น ก็มีนักรบหลายคนขึ้นครองอำนาจในเขตต่าง ๆ
ของเมืองไซตามะด้วย
เมื่อถึงสมัยเอโดะ มีการพัฒนาเมืองเอโดะขนานใหญ่
ทำให้จังหวัดไซตามะได้รับการพัฒนาขึ้น
มีถนนใหญ่หลายสายตัดผ่านมาและมีการวางท่อชลประทานขนาดใหญ่มากมายด้วย
โดยในสมัยนั้นได้พัฒนาพื้นที่เขตคันโตโดยยึดไซตามะเป็นแกนกลางสำคัญในการพัฒนา
จนเมื่อรัฐบาลโตกุกาวะล่มสลายลง
การปกครองภายในจังหวัดก็เกิดการเปลี่ยนแปลง จนมีการจัดตั้ง "จังหวัดไซตามะ"
ขึ้นเมื่อปีเมจิที่ 4 แต่ก็มีเมืองที่ขึ้นอยู่กับจังหวัดไม่มาก
จนในช่วงหลังสงครามโลกก็ได้รวบรวมเมืองต่าง ๆ
ขึ้นมาจนเป็นจังหวัดในปัจจุบันได้
|