|
ที่มาของชื่อ มาเก๊า |
|
|
มาเก๊า
ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งการพนันและคาสิโนนามระบือ
แต่
..จะมีสักกี่คนที่รู้จักมาเก๊าในด้านอื่นๆ
การท่องเที่ยวมาเก๊า (ประเทศไทย)
ขอทำหน้าที่นำท่านไปรู้จักกับมาเก๊าในด้านอื่นๆ
มาเก๊า
มีภาพความงามแห่งศิลปะวัฒนธรรมของโลกตะวันออกและตะวันตกให้ได้ชื่นชม
และยังมีมนต์เสน่ห์แห่งความเชื่อและศรัทธาทางศาสนา
ตลอดจนวิถีชีวิตที่ผสมผสานกันอย่างกลมกลืน
กว่าจะเป็นชื่อ มาเก๊า มีที่มาจาก อาม่า
องค์เทพธิดาแห่งท้องทะเลผู้ศักดิ์สิทธิ์
.ตามตำนานเล่าสืบต่อกันมาว่า อาม่า
มีพระนามเดิมว่า หลิงม่า
หญิงสาวชาวฟูเจี้ยนที่วันหนึ่งเธอต้องการข้ามฝั่งมายังคาบสมุทรดอกลิลลี่ขาว
หรือ เอ้าเหมิน ตามชื่อในภาษาจีน
จึงขอโดยสารมากับเรือของชาวประมงชราคนหนึ่งซึ่งเป็นเพียงเรือลำเล็กๆ
ที่ยอมให้หลิงม่า โดยสารมาด้วย
ในระหว่างที่เรือล่องอยู่กลางทะเล
เกิดมีพายุขึ้นอย่างรุนแรงทำให้เรือหลายลำต้องอับปาง
แต่ด้วยปาฏิหาริย์ในคำสั่งฟ้าของหลิงม่าทำให้เรือที่เธอโดยสารมา
เข้าถึงฝั่งได้อย่างปลอดภัย ทันทีที่หลิงม่า
ก้าวเท้าขึ้นสู่ฝั่ง เธอก็ลอยขึ้นไปบนฟ้าและหายลับไป
ชาวประมงทั้งหลายต่างเชื่อกันว่าเธอ คือ
องค์เทพธิดาแห่งท้องทะเล
นับตั้งแต่นั้นดินแดนแห่งนี้ก็ได้รับการขนานนามว่า
อ่าวของ อาม่า หรือ อา-หม่า-เกา
ที่เพี้ยนเสียงมาเป็น มาเก๊า ในปัจจุบัน |
|
|
|
ที่ตั้งและอาณาเขต |
|
|
มาเก๊าตั้งอยู่ในเขตมณฑลกวางตุ้ง
บนชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกของสามเหลี่ยม
ปากแม่น้ำเพิร์ล ทิศเหนือติดกับเมือง
จูไห่ของมณฑลกวางตุ้ง มาเก๊าประกอบด้วยดินแดน 4
ส่วน คือ คาบสมุทรมาเก๊า, เกาะไทปา, เกาะโคโลอาน
และพื้นที่ถมทะเลขึ้นมาใหม่ เรียกว่า โคไท
ซึ่งจะเชื่อมต่อเกาะไทปาและเกาะโคโลอาน
เข้าเป็นพื้นที่เดียวกัน
ด้วยมาเก๊าเป็นประเทศเล็กๆ
ที่มีพื้นที่เพียง 27.3 ตร.กม. (คาบสมุทรมาเก๊า
8.7 ตร.กม., ไทปา 6.3 ตร.กม., โคโลอาน 7.6 ตร.กม.
และโคไท 4.7 ตร.กม.) ระหว่างมาเก๊าและไทปา
เชื่อมถึงกันด้วย สะพาน 2 สะพาน คือ
สะพานมาเก๊า-ไทปา ระยะทาง 2.5 ก.ม.
และสะพานมิตรภาพ ระยะทาง 4.5 ก.ม.
ซึ่งใช้เดินทางเข้าไปยังสนามบินมาเก๊าได้
|
|
|
|
สภาพภูมิอากาศและการแต่งกาย |
|
|
| มาเก๊า
มีภูมิอากาศค่อนข้างอบอุ่น โดยเฉลี่ยอยู่ราว 20
องศาเซลเซียส (68 ฟาเรนไฮด์)
มีความชื้นสัมพัทธ์สูงเฉลี่ย 75%-90%
โดยแบ่งเป็นฤดูกาลต่างๆ ได้ดังนี้ |
ฤดูใบไม้ร่วง (ต.ค.-ธ.ค.) |
|
ถือเป็นช่วงที่อากาศดีที่สุด
เหมาะแก่การท่องเที่ยว |
ฤดูหนาว (ม.ค.-มี.ค.) |
|
แม้ว่าจะมีอากาศค่อนข้างหนาว
แต่ก็มีแสงแดด ให้พออบอุ่น
เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการไปสัมผัสอากาศ |
ฤดูร้อนและฝน (เม.ย.-ก.ย.) |
|
ในช่วงนี้อากาศจะเริ่มร้อนอบอ้าว
และมีความชื้น
สัมพัทธ์สูงในบางช่วงจะมีฝนตกและมักเกิดพายใต้ฝุ่น
ราวเดือน
มิ.ย.-ส.ค.นกรณีที่เกิดพายุไต้ฝุ่นถึงระดับ8
สะพานเชื่อมไทปา, โคโลอาน
จะถูกปิดลงชั่วคราว
ขณะเดียวกันการเดินเรือ
โดยสารและเที่ยวบินต่างๆ ระหว่าง
ฮ่องกง-มาเก๊า จะถูกยกเลิกชั่วคราว
จนกว่าจะปลอดภัย |
ข้อแนะนำในการแต่งกาย |
ในช่วงฤดูร้อน
ควรสวมใส่เสื้อผ้าเนื้อบางเบาคล้ายบ้านเรา
ในฤดูหนาว ควรสวมใส่เสื้อแจ็คเก็ตหนา ๆ
หรือโอเวอร์โค้ต
และควรพกเสื้อกันลมติดตัวไปด้วย
|
|
|
|
|
การปกครอง |
|
|
หลังจากโปรตุเกสได้ทำพิธีส่งมอบมาเก๊าคืนแก่จีน
เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 1999
มาเก๊าก็ได้รับการขนานนามใหม่ว่า
เขตปกครองพิเศษมาเก๊า หรือ Macau, The Special
Administrative Region of the Peoples Republic of
China ซึ่งหมายถึง มาเก๊ามี ระบอบการปกครองแบบ 1
ประเทศ 2 ระบบ กล่าวคือ มาเก๊าสามารถมีรัฐบาลและ
ปกครองตนเอง ต่อไปได้เป็นระยะเวลา 50 ปี
ภายใต้การดูแลของรัฐบาลจีน
การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ มิได้สร้างความหวาดวิตกกังวล
แก่ชาวมาเก๊าแต่อย่างใด
แต่เป็นไปด้วยความยินดีปรีดายิ่ง
เนื่องจากในขณะที่มาเก๊ายังเป็นอาณานิคมของโปรตุเกสนั้น
ความสัมพันธ์ระหว่างโปรตุเกส, มาเก๊า และจีน
เป็นไปอย่างสมานฉันท์ |
|
|
|
ประชากร |
|
|
ปัจจุบันมาเก๊า
มีประชากรรวมทั้งสิ้นประมาณ 450,000 คน
เป็นชนเชื้อสายจีน 95% อีก 5% เป็นชาวโปรตุเกส
และชนชาติอื่นๆ
|
|
|
|
ภาษา |
|
|
| ภาษาจีนและโปรตุเกส
เป็นภาษาราชการ แต่ภาษาจีนกวางตุ้ง
เป็นภาษาที่ใช้กันอย่างกว้างขวาง
ส่วนภาษาอังกฤษจะใช้กันทั่วไปตามร้านค้าและโรงแรม |
|
|
|
ศาสนา |
|
|
ชาวมาเก๊านับถือศาสนาพุทธเป็นส่วนใหญ่
รองลงมาคือ ศาสนาคริสต์ เห็นได้จากมาเก๊า
มีวัดและโบสถ์อยู่มากมาย
|
|
|
|
หน่วยเงินตรา |
|
|
| มาเก๊ามีสกุลเงิน
ที่เรียกว่า ปาตากาส์ หรือ MOP$
มีหน่วยสตางค์เรียกว่า อาโวส (Avos) สกุลเงินปาตากาส์
มีค่าผูกพันกับสกุลดอลล่าร์ฮ่องกง
โดยมีอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 103.20 MOP$ = 100 HK$
เงินดอลล่าร์ฮ่องกง เป็นที่ใช้กันแพร่หลายในมาเก๊า
โดยมักจะใช้แลกเปลี่ยนในอัตรา 1 ต่อ 1 คือ
หากมูลค่าสินค้าเท่ากับ 5 MOP$ ก็สามารถชำระเป็น 5 HK$
ก็ได้ |
|
|
|
ระบบไฟฟ้า |
|
|
|
โดยทั่วไปจะใช้กระแสไฟฟ้า 220 โวลท์ แบบปลั๊ก
3ตาหัวกลม
|
|
|
|
ประวัติศาสตร์ |
|
|
ในอดีตกาล มาเก๊า
เป็นเพียงหมู่บ้านเกษตรกรรมและประมงเล็กๆ
ชนชาติดั้งเดิม ที่เข้ามาตั้งรกรากคือ
ชาวจีนกวางตุ้งและฟูเจี้ยน
จนกระทั่งในช่วงต้นศตวรรษที่ 16
พ่อค้าชาวโปรตุเกสหลายคน
ได้เข้ามาบุกเบิกในแถบทวีปเอเชีย อาทิ วาสโก ดา กามา
ซึ่งได้เดินทางบุกเบิกมาถึงช่องแคบมะละกา และต่อมาในปี
ค.ศ. 1513 จอร์จ อัลวาเรส
เป็นชาวโปรตุเกสคนแรกที่ได้เดินเรือมาถึงดินแดนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเพิร์ล
และได้ติดต่อทำการค้ากับจีน
ความสัมพันธ์อันดีระหว่างจีนและโปรตุเกสจึงได้เริ่มต้นขึ้น
ตลอดระยะเวลากว่า 400 ปี แห่งการครอบครอง
ผู้คนมักพูดถึงมาเก๊าในฐานะ อาณานิคมของโปรตุเกส
แต่ในความเป็นจริงแล้ว โปรตุเกสปฏิบัติต่อมาเก๊าในฐานะ
เป็นจังหวัดหนึ่งของโปรตุเกส
แม้ว่าจะมีการแต่งตั้งข้าหลวงใหญ่เข้ามาปกครอง
แต่ชาวมาเก๊าก็ได้รับสิทธิเสรีภาพอย่างเต็มที่
มาเก๊าได้รับเอาความเจริญรุ่งเรืองทางด้านสถาปัตยกรรมและศิลปวัฒนธรรมของชาติตะวันตกเข้ามาอย่างมากมาย
สังเกตได้จาก ตึกรามบ้านช่อง, โบสถ์,
ถนนสายคดเคี้ยวที่ปูด้วยกระเบื้องและหิน
และสถาปัตยกรรมอื่นๆ
แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรมแบบจีน
นี่เองที่ทำให้มาเก๊า
เป็นเมืองที่มีการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกได้อย่างลงตัวที่สุด
มาเก๊า
จึงนับว่าเป็นเมืองยุโรปใจกลางเอเชียอย่างแท้จริง |
|
|